แนวทางแก้ปัญหาพื้นฐานของ Iphone X ด้วยตัวคุณเอง

Image credit: Apple

 

ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบสัมผัสหน้าจอ

เทคโนโลยี OLED เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ที่ถูกนำมาใช้ใน iPhone รุ่นนี้ แต่ปัญหาการทำงานของระบบสัมผัสยังมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ หลักๆ แล้วมีอยู่ 2 อาการด้วยกัน


  • หน้าจอสัมผัสไม่ติดหรือหน้าจอสัมผัสเอง เปิดแอปเอง

จากรายงานของผู้ใช้ว่าเขาเคยเจอกับอาการนี้กับ iPhone X หรืออยู่ดี ๆ ก็กดไม่ติดไปเลย หรือบางครั้งหน้าเจอกดเอง ( iPhone เลื่อนหน้าจอเองหรือเปิดแอปเอง )

ถ้าคุณเจอปัญหาอย่างที่ผมกล่าวมาในหัวข้อนี้ แนะนำให้เข้าไปเชคที่ศูนย์ หรือ อ่าน https://support.apple.com/th-th/iphone-x-display-module-replacement-program  เพราะปัญหานี้เกิดจากฮาร์ดแวร์ตัวชิปไอซีและเซนเซอร์ที่อยู่ใน iPhone X  คุณอย่าซ่อมด้วยตัวเองนะครับ เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิมได้

  • หน้าจออยู่ในสภาวะที่เย็นจัด แล้วระบบสัมผัสใช้งานไม่ได้

อีกอาการหนึ่งของ Iphone X ที่เกี่ยวกับระบบสัมผัสหน้าจอซึ่งอาจเกิดขึ้นไม่นาน มันจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นในขณะที่คุณนำ iPhone X จากที่อุ่นไปที่ที่เย็น ยกตัวอย่างเช่น ในฤดูหนาวของประเทศที่มีสภาพอากาศเย็นจัดคุณออกจากบ้านไปนอกบ้าน ซึ่งข้างนอกบ้านมีอากาศที่เย็นกว่าในบ้าน ด้วยสถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เกิดอาการสัมผัสไม่ติดได้ ผมมีวิธีการแก้ปัญหาดังนี้ครับ


วิธีที่ 1 อัพเดต iOS

ปัญหานี้ทาง Apple ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วในเวอร์ชัน iOS 11.1.2  หากคุณยังไม่ได้ทำการอัพเดตในเป็นเวอร์ชั่นนี้หรือใหม่กว่านี้   ลองทำการอัพเดตดูครับ

 


วิธีที่ 2 ทำให้ iPhone อุ่นขึ้นสักนิด

การเพิ่มความร้อนให้กับ iPhone อีกสักนิดให้มากกว่า 0 C จะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้  เช่น เอาไอโฟนมาไว้ใกล้ๆ ตัวเพื่อให้ได้รับความอบอุ่นจากร่างกายของเรา นี่ก็เป็นวิธีที่จะแก้ปัญหาอย่างง่ายๆ ครับ

credit : APPLE INC

ปัญหาที่เกี่ยวกับการแสดงผลของหน้าจอ

ไอโฟน X เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี OLED ทำให้ความสว่างของหน้าจอนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ซึ่งทำให้ภาพบนจอของไอโฟนรุ่นนี้ดูสวยงามกว่าเดิม แต่ในทางกลับกันก็ได้สร้างปัญหาทำให้หน้าจอเกิดปัญหาที่เรียกว่า “BURN IN” เป็นปัญหาที่มีสาเหตุมาจากการแสดงผลของภาพนิ่งเป็นเวลานาน  ทำให้เกิดภาพเลือนๆ บนหน้าจอตลอดเวลาคล้ายๆ เป็นเงาอยู่ตลอดเวลาในขณะที่จอใช้งานแสดงผลภาพอื่นอยู่
เพื่อป้องกันปัญหานี้มีวิธีการดังนี้ครับ


วิธีที่ 1 ปรับให้ความสว่างของหน้าจอลดลง

การปรับหน้าจอให้มีความสว่างลดลงจะทำให้ลดความเสียหายที่เกิดจากปัญหา BURN IN  โดยมี 2 วิธีในการตั้งค่าวิธีแรกคือเปิดที่ Control Center แล้วไปปรับสไลด์ของความสว่างของหน้าจอให้ลดลง หรือวิธีที่สองเป็นการให้ไอโฟนปปรับความสว่างตามความเหมาะสมของสภาพแสง ณ ขณะนั้น โดยไปที่ Settings -> General -> Accessibility -> Display Accommodations -> Auto-Brightness.

วิธีที่ 2 ปรับให้หน้าจอล็อคตัวเองอัตโนมัติ

การ BURN จะเกิดขึ้นเฉพาะในขณะที่จอแสดงผลภาพนิ่งเป็นเวลานาน ๆ ดังนั้นถ้าคุณตั้งค่าให้หน้าจอปิดโดยอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งานจะเป็นการป้องกันการเกิดการ BURN ได้ โดยไปที่ Settings -> Display & Brightness -> Auto-Lock แล้วตั้งไปที่ 5 นาทีหรือน้อยกว่านั้นก็ได้ครับ

ปัญหาของปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า

ฟังชันการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้านั้นถือเป็นฟังชันที่น่าสนใจในไอโฟน  X  นี้ ฟังก์ชันการปลดล็อคด้วยจดจำใบหน้านี้ให้ความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งานไอโฟน แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นได้จากกล้องของไอโฟนที่ไม่สามารถจำคุณได้ ทำให้ฟังก์ชันนี้ไม่สามารถทำงานได้อย่างถูก วิธีแก้มีดังนี้ครับ

วิธีที่ 1 ลองปรับมุมกล้องดู

บางครั้งระบบจดจำใบหน้ามันมีโอกาสเกิดปัญหามุมกล้องมันไม่เหมาะสม ทำให้มันจดจำคุณไม่ได้ครับ ผมอยากจะให้ลองปรับมุมกล้องดีเผื่อมันจะจำคุณได้ครับ

 

 

วิธีที่ 2 เช็คทำความสะอาดของรูกล้อง

ฝุ่น คราบเหงื่อ หรือความสกปรก อาจเป็นสาเหตุให้กล้องไม่สามารถรับภาพใบหน้าของคุณได้อย่างชัดเจน ทำให้ระบบจดจำใบหน้าไม่ปลดล็อคให้กับไอโฟนของคุณครับ  ลองเช็ดทำความสะอาดดูปัญหานี้อาจแก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่คิดครับ

วิธีที่ 3 ทำการอัพเดตระบบ iOS

การอัพเดต iOS โดยปกติ Apple จะพัฒนาประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และแก้บัค ของระบบจดจำใบหน้า อยากให้คุณลองอัพเดตดูครับ

วิธีที่ 4 รีเซท Face ID  

ปัญหาการปลดล็อคใบหน้านี้อาจจะไม่ได้เกิดจากตัวระบบ Face ID ครับ  แต่อาจะเกิดจากภาพถ่ายที่ถูกใช้เป็นระหัสความปลอดภัยตั้งแต่ต้น  ลองสแกนใบหน้าเพื่อตั้งใบหน้าใหม่โดยไปที่ Settings -> Face ID & Passcode -> enter your passcode -> Reset Face ID.

วิธีที่ 5 ติดต่อศูนย์บริการของ Apple

หากคุณลองทำตามวิธีที่ผมแนะนำมาแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ เป็นไปได้ว่าสาเหตุอาจเกิดจากตัวฮาร์ดแวร์ของไอโฟน (อาจจะเป็นที่ตัวกล้อง เซนเซอร์ หรืออุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์อื่น)  คุณไปติดต่อที่ศูนย์บริการ Apple เลยครับ ที่นั่นจะมีผู้เชี่ยวชาญทำการแก้ไขปัญหาให้ท่าน หากท่านแกะหรือทำการซ่อมเอง คุณอาจจะได้พบปัญหาที่หนักกว่าเดิมอีกครับ ผมเคยประสบมาแล้ว

 

ปัญหาที่ของตัวลำโพงหลัก

ผมยอมรับเลยครับว่าลำโพงของไอโฟนนั้นเสียงค่อนข้างดี แต่บางครั้งผู้ใช้อาจพบปัญหาหลัก 2 ปัญหาดังนี้ครับ

ลำโพงไม่ดังหรือเสียงเบากว่าปกติ

วิธีที่ 1 รีสตาร์ทเครื่อง

การรีสตาร์ทเครื่องสามารถแก้ไขปัญหามากมายได้ อยากให้ลองทำสิ่งนี้ก่อนครับ ปัญหาอาจจะแก้ไขง่ายกว่าที่คุณคิดครับ

วิธีที่ 2 ทำความสะอาดลำโพง

บางทีลำโพงไอโฟนของคุณอาจมีสิ่งสกปรกที่ไปอุดลำโพงทำให้เสียงไม่สามารถออกจากลำโพงได้ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลำโพงมีเสียงดังเบากว่าปกติ ลองเช็คสิ่งนี้ดูครับ

วิธีที่ 3 ตรวจสอบเคสใส่ไอโฟน

ตรวจสอบดูว่าเคสไอโฟนของคุณนั้นไปปิดกั้นรูลำโพงหรือไม่

ลำโพงมีเสียงแตก

ปัญหานี้มีรายงานจากผู้ใช้งานรายงานมาว่าเมื่อปรับเสียงของลำโพงสุดจะเกิดอาการเสียงแตกทันที ถ้าคุณประสบกับปัญหานี้ลองทำตามวิธีด้านล่างนี้ดูครับ

วิธีที่ 1 รีสตาร์ทเครื่อง

เช่นเคยอย่างที่ผมเคยบอกไปครับ การรีสตาร์ทเครื่องสามารถแก้ไขปัญหามากมายได้ อยากให้ลองทำสิ่งนี้ก่อนครับ ปัญหาอาจจะแก้ไขง่ายกว่าที่คุณคิด

วิธีที่ 2 อัพเดต iOS

ซอฟแวร์ของ iOS รุ่นใหม่ๆ ของไอโฟนได้มีการแก้บัคของปัญหานี้เช่นกัน คุณลองอัพเดตดูนะครับ

วิธีที่ 3 ติดต่อศูนย์บริการของ Apple

หากคุณทำทำตามวิธที่ผมกล่าวมาแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ผมอยากให้คุณติดต่อที่ศูนย์บริการของ Apple ดูครับ ปัญหานี้อาจเกิดจากตัวลำโพงเอง ซึ่งวิธีการซ่อมจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไขครับ

ปัญหาของระบการชาร์จของ iPhone

ไอโฟน X เป็นรุ่นแรกของไอโฟนที่ใช้เทคโนโลยีการชาร์จไร้สาย แน่นอนมันทำให้เราสะดวกมากขึ้นในการชาร์จไอโฟนของเรา แต่หากมันเกิดปัญหาชาร์จไม่เข้าได้  หากคุณเจอปัญหานี้ลองทำตามวิธีขั้นตอนด้านล่างนี้ดูครับ

วิธี่ที่ 1  ลองเปลี่ยนสายชาร์จ

สาเหตุอาจเกิดจากสายชาร์จไม่ใช่เกิดจากตัวไอโฟน หากลองด้วยสายอันอื่นแล้วสามารถชาร์จไฟเข้า แน่นอนครับว่าสาเหตุเกิดจากสายชาร์จอย่างแน่นอน ผมขอแนะนำให้ใช้สายแท้จาก Apple นะครับเพื่อความปลอดภัยของคุณและไอโฟนของคุณ

วิธีที่ 2 เอาบัตรออกจากเคสไอโฟน

บางคนเคสไอโฟนสามารถเก็บบัตรได้เช่น เก็บบัตรเครดิต เพื่อให้สามารถใช้งานบัตรง่ายขึ้น บัตรที่ใช้ชำระเงินแบบไร้สายนั้นสามารถรบกวนการชาร์จแบบไร้สายได้

วิธีที่ 3 ถอดเคสออกในขณะที่ชาร์จแบบไร้สาย

เคสไอโฟนบางยี่ห้อมีโอกาสทำให้ระบบการชาร์จแบบไร้สายทำงานไม่ได้ อาจเป็นเพราะ เคสหนาเกินไป หรือ วัสดุไม่สามารถให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านได้

วิธีที่ 4 รีสตาร์ทไอโฟน

หากคุณไม่รู้ว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไรกันแน่ ลองรีสตาร์ทดูครับ เป็นวิธีการที่ยอดนิยมตลอดกาลจริง ๆ

 

 

Nataphonng Thipkham

Leave a Reply